น้ำท่วมเมืองน่าน
ปัญหาภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในแต่ละปีสร้างความเสียหายต่อประเทศเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประชาชนก็จะได้รับความเดือดร้อน สำหรับที่จ.น่านนั้น ประสบกับปัญหาอุกภัยแทบทุกปี โดยในปี พ.ศ. 2549 เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัด นับว่าหนักที่สุดในรอบ 40 กว่าปี และในปี 2553 ก็เกิดอุทกภัยอีก แต่ยังไม่หนักเท่ากับปี 49 แต่ก็สร้างความเสียหายกับจังหวัดได้มาก ซึ่งพื้นที่น้ำท่วมส่วนใหญ่นั้นจะเป็นแหล่งเกษตรกรรมที่มีการเพาะปลูกพืช นานาชนิด โดยส่วนมากจะเป็นข้าว ทำให้ประชาชนที่เป็นเกษตรกร ได้รับความเสียหายจากการที่ผลผลิตทางการเกษตรถูกน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก
ภาพ: ทางเข้าโรงเรียนสตรีศรีน่าน
ในช่วงปี พ.ศ. 2549 เป็นช่วงที่ข้าพเจ้าศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสตรีศรีน่าน จ.น่าน ซึ่งโรงเรียนที่ข้าพเจ้าศึกษาอยู่นั้นก็ถูกน้ำท่วม อาคารต่าง ๆ ของโรงเรียนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดของโรงเรียนที่ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด ห้องคอมพิวเตอร์ โรงอาหาร ห้องเรียน และห้องพักของอาจารย์ โดยช่วงที่เกิดน้ำท่วมในโรงเรียนนั้น ข้าพเจ้าอยู่ที่บ้านและติดตามอสถานการณ์น้ำท่วมโดยตลอดทางวิทยุ ทำให้ทราบว่าโรงเรียนที่ข้าพเจ้าเรียนอยู่ถูกน้ำท่วมด้วย ซึ่งตั้งแต่ข้าพเจ้ามาเรียนที่โรงเรียนนี้เกือบ 6 ปี ยังไม่พบกับเหตุการณ์ที่น้ำท่วมโรงเรียนเลย หลังจากที่น้ำลดลงแล้วข้าพเจ้าและเพื่อนๆ ก็ได้ไปช่วยทำความสะอาดที่โรงเรียน เป็นเวลาหลายวัน และโรงเรียนก็สามารถเปิดเรียนได้ตามปกติ เป็นเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าภูมิใจมากที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยทำความสะอาดโรงเรียนจากการที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ทำให้ข้าพเจ้าได้เห็นความร่วมมือร่วมใจ ความสามัคคีของคนในโรงเรียนและชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงที่มาช่วยทำความสะอาดโรงเรียน
ในช่วงที่เกิดน้ำท่วมเมื่อปี 2549 บ้านย่าของข้าพเจ้าก็ถูกน้ำท่วมด้วย น้ำท่วมสูงกว่า 2เมตร แต่ก็ยังดีที่บ้านของย่า ชั้นที่สองอยู่สูงกว่าระดับน้ำเกือบ 1เมตร จึงสามารถอยู่บริเวณชั้นสองได้ ส่วนบ้านหลังอื่นบริเวณใกล้เคียงที่อยู่ระดับต่ำกว่า ก็ต้องมีการอพยพผู้คนไปไว้บนที่สูง ในช่วงที่น้ำท่วมนั้นยังดีที่สัญญาณโทรศัพท์ใช้ได้ จึงยังสามารถติดต่อกับย่าได้ น้ำท่วมอยู่ประมาณ 3 วัน น้ำก็เริ่มลด ข้าพเจ้าและพ่อแม่จึงได้เดินทางไปยังบ้านย่า แต่รถยนต์ยังไม่สามารถเข้าได้ จึงต้องพายเรือเข้าไป ซึ่งในตอนที่พายเรือเข้าไปน้ำยังสูงมากกว่า 1 เมตร เมื่อผ่านไปอีก 1คืน น้ำก็ลดลงสู่ภาวะปกติ ข้าพเจ้าก็ช่วยกับครอบครัวในการทำความสะอาดบ้านย่า ที่ถูกน้ำท่วม
เพื่อที่จะให้ทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นจึงจะขอนำเอาสรุปเหตุที่เกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วมเมืองน่านมาลงรายละเอียดไว้
อิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลาง ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยตอนบน ประกอบกับร่องความกดอากาศต่ำกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ส่งผลให้บริเวณภาคเหนือตอนบนมีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.น่าน เกิดน้ำท่วมหนักจนสถานการณ์เข้าสู่ขั้นวิกฤติ
น้ำในแม่น้ำน่านมีระดับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ ริมตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ท่าวังผา ได้รับผลกระทบมากที่สุด จากการวัดปริมาณน้ำในแม่น้ำน่านที่จุด อ.ท่าวังผา เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2549 ที่ผ่านมา พบว่าปริมาณน้ำขึ้นสูงถึง 9.30 เมตร ซึ่งเลยจุดวิกฤติที่ 7 เมตร ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ลุ่มและพื้นที่ริมฝั่ง 2 ตำบล รวม 6 หมู่บ้าน คือ ต.ป่าคา และ ต.ศรีภูมิ บ้านเรือนกว่า 3,000 หลังคาเรือนจมอยู่ใต้บาดาล ระดับน้ำสูงถึง 3 เมตร เรียกว่าท่วมเกือบมิดหลังคาบ้าน ชาวบ้านต้องอพยพหนีตายขึ้นไปอยู่บนที่สูง
สำหรับเขตเทศบาลเมืองน่าน ระดับน้ำในแม่น้ำน่านได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำน่าน อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ บ้านท่าลี บ้านพวงพยอม และบ้านดอนศรีเสริม ขณะที่ นายธาดา สุขปุณพันธ์ ผอ.ศูนย์อุทกวิทยาและระดับน้ำ ภาคเหนือตอนบน กรมชลประทาน เปิดเผยว่า ระดับน้ำที่วัดได้บริเวณสะพานผาขวาง อ.ท่าวังผา สูงถึง 13.50 ม. จากปกติ 6.50 เมตร และ น้ำท่วมครั้งนี้มีความรุนแรงเทียบเท่าเมื่อปี 2506 หรือ 43 ปีที่ผ่านมา
ปัญหาอุทกภัย เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นแทบทุกปีของประเทศ แต่ละปีก็สร้างความเสียหายให้แก่ประเทศเป็นอย่างมาก สำหรับเกษตรกรด้วยแล้ว เมื่อเกิดอุทกภัยขึ้นคราวใดก็จะได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย แหล่งเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวซึ่งถือได้ว่าเป็นอาหารหลักของประเทศก็จะได้รับความเสียหายไปด้วย ปัจจุบัน ปัญหาอุทกภัยก็ยังเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ ในปี 2553 นี้ ก็เกิดน้ำท่วมใหญ่ขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทย ซึ่งก็ได้รับความเสียหายไปตามๆ กัน และหลังจากน้ำลดก็จะต้องมีการฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอีกมาก ถึงแม้ว่าจะเกิดน้ำท่วมคราใดแต่น้ำใจไทยก็ไม่เคยหมดไปจากสังคมไทย มีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ เป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยทุกท่านให้ผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี และนำเอาบทเรียนจากที่เคยถูกน้ำท่วมมาปรับปรุงแก้ไข เพื่อที่จะได้ป้องกันอุทกภัยในครั้งต่อๆ ไป
Credit ภาพจาก: http://www.weekendhobby.com/offroad/webboard/Question.asp?ID=3269
ที่มา บทความจาก: bangkokbiznews
ผู้เขียน: นายศุภฤกษ์ จันต๊ะยอด 50045940 ปี 4 สาขาการสอนสังคมศึกษาฯ
ผู้เขียน: นายศุภฤกษ์ จันต๊ะยอด 50045940 ปี 4 สาขาการสอนสังคมศึกษาฯ




